WTC ตระหนักดีว่าการศึกษาต่อต่างประเทศยังเป็นที่ต้องการของนักเรียนนักศึกษาหลายคนที่อยากจะไปศึกษาและเห็นสถานที่เรียนจริง หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมไปทีเดียวพร้อมกันเป็นการหาประสบการณ์เพิ่มเติมให้ชีวิตอีกด้วย ซึ่งไม่ทำให้รู้สึกจำเจ ประเทศที่เรามีให้นักเรียนเลือกใช้บริการมีดังต่อไปนี้     U.S.A., U.K, Singapore, NZ, Canada ,Australia

  รายละเอียดเกี่ยวกับประเทศต่างๆ มีดังนี้  

    1. ประเทศออสเตรเลีย(AUSTRALIA)

      ภูมิประเทศและที่ตั้ง
      
สหพันธรัฐออสเตรเลียตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ลักษณะประเทศเป็นเกาะ ออสเตรเลียมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และ มหาสมุทรแปซิฟิก มีสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอังกฤษใ็น พื้นที่ของเกาะมีประมาณ 7.6 ล้านตารางกิโลเมตรมีชายฝั่งทะเลที่งดงาม ชายหาดขาวสะอาด  

มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่ยังคงความสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่ง พื้นที่ของประเทศมีทั้งแห้งแล้ง และอุดมสมบูรณ์ประมาณหนึ่ง พื้นที่ของประเทศที่แห้งแล้ง และอุดมสมบูรณ์ประมาณ หนึ่งในสามเป็นทะเลทราย แต่พื้นที่แถบชายฝั่งบริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของ
รัฐออสเตรเลียตะวันตกและรัฐทัศเมเนียจะอุดมสมบูรณ์มาก มีฝนตกชุก ออสเตรเลียเป็นประเทศที่โดดเดี่ยวมานาน ดังนั้น ธรรมชาติจึงถูกทำลายน้อยมาก ที่นี่มีสัตว์และพืช รวมทั้งดอกไม้ป่าหลายชนิดที่ไม่พบเห็นในดินแดนอื่น เช่น จิงโจ้ หมีโคอาล่า วอมแบต ดิงโก้ พอสซั่ม ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด สัตว์และพืชหายากเหล่านี้คงมีให้เห็นอีกนาน เพราะชาวออสเตรเลียให้ความสำคัญเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อม และการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นย่างมาก
 
      สภาพภูมิอากาศ
      สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไป จะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่นอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสเมเนียประมาณ 11-12 องศาเซลเซียส และร้อนที่สุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 34 องศาเซลเซียส
ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน – พฤศจิกายน อากาศดี ดอกไม้บานสวยงาม
ฤดูร้อน ธันวาคม – กุมภาพันธ์ อากาศร้อนและแห้งแล้งบางแห่งร้อนจัด

       ระบบการศึกษาออสเตรเลีย

      ปริญญาเอก (Doctoral Degree)
      ปริญญาโท (Master’s Degree)
      อนุปริญญา (Graduate Diploma)
      ประกาศนียบัตรบัณฑิต (Graduate Certificate)
      ปริญญาตรี (Bachelor)
      อาชีวศึกษาและการฝึกอบรม  
    
      หลักสูตรเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย (Vocational Education and Training) (Foundation Year Matriculation)


อนุปริญญาตรีชั้นสูง (Advanced Diploma)
อนุปริญญาตรี (Diploma)
ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 4 (Certificate IV)
ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 3 (Certificate III)
ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 2 (Certificate II)
ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 1 (Certificate I)
มัธยมศึกษาตอนปลาย (Senior Secondary Education)(Year 11-12)
ประกาศนียบัตรการศึกษา (Certificate of Education)
มัธยมศึกษาตอนต้น (Junior Secondary Education)(year 7-10)
ประถมศึกษา (primary Education) (Year 1-6)
การศึกษาชั้นปฐมวัย (Pre-school Education)
 คะแนนภาษาอังกฤษที่ใช้ในการสมัครเข้าเรียน
ระดับการศึกษา
IELTS
TOEFL
   
แบบข้อเขียน
แบบคอมพิวเตอร
มัธยมศึกษา
5.0-5.5
500-525
173-195
การศึกษาขั้นพื้นฐาน
5.5-6.5
525-550
195-213
วิทยาลัยเอกชน
5.5
525
195
วิทยาลัย TAFE
5.5
550
195
มหาลัย
6.0-7.0
550-600
213-250

   2. New Zealand(ประเทศนิวซีแลนด์)

       
      ภูมิประเทศและที่ตั้ง
      ประเทศนิวซีแลนด์ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของเส้น ศูนย์สูตรโอบล้อมด้วยมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตำวันออกและทะเลทัสมันด้านตะวันตก ประเทศเป็นหมู่เกาะประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ และเกาะเล็กเกาะน้อยอีกจำนวนหนึ่ง เกาะที่เรารู้จักกันดีคือ เกาะเหนือ (North Island) เกาะใต้ (South Island) และเกาะเล็กตั้งอยู่ปลายสุดของเกาะใต้ ชื่อเกาะสจ๊วต (Stewart Island) ถ้ามองดูแผนที่จะเห็นว่านิวซีแลนด์อยู่ใกล้กับประเทศออสเตรเลีย ลักษณะเกาะมีรูปร่างยาวประกอบไปด้วยชายหาดมากมาย และทะเลเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ฟยอร์ด (Fjord) บางส่วนเป็นที่ราบอุดมสมบูรณ์ใช้เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ มีบ่อน้ำร้อน ภูเขาไฟที่ดับแล้วและยังไม่ดับ บ่อโคลนเดือด บริเวณเทือกเขาสูงมีหิมะขาวปกคลุมพื้นที่ของประเทศนิวซีแลนด์โดยรวมประมาณ 268,105 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่าขนาดของประเทศอังกฤษหรือญี่ปุ่น มีเมืองหลวงชื่อ เวลลิงตัน
      สภาพภูมิอากาศและฤดูกาล
  โดยทั่วไปอากาศของนิวซีแลนด์จะสบาย ๆ ค่อนข้างเย็น แต่ไม่ถึงกับเย็นจัดจนหิมะตก เกาะเหนือจะมีอากาศอบอุ่นกว่าเกาะใต้ เดือนที่อากาศเย็นที่สุดคือ เดือนกรกฏคมและสิงหาคม ฤดูกาลของนิวซีแลนด์แบ่งเป็น 4 ฤดูกาล
      เวลา
 เวลาของนิวซีแลนด์เร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง (ยกเว้นในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม เขาจะหมุนเข็มนาฬิกาให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง เป็น 6 ชั่วโมง)
ฤด
ช่วงเดือน
เกาะเหนือ
เกาะใต
เครื่องนุ่งห่ม
ฤดูร้อน
ธันวาคม-กุมภาพันธ์
16-25 c
13-22 c
ปกติ
ฤดูใบไม้ร่วง
มีนาคม-พฤษภาคม
13-19 c
7-17 c
แจ็กเก็ต
ฤดูหนาว
มิถุนายน-สิงหาคม
8-13 c
2-10 c
โค้ทหนา
ฤดูใบไม้ผลิ
กันยายน-พฤศจิกายน
11-17 c
7-17 c
โค้ทบาง

สถานศึกษา
         ค่าใช้จ่ายในการศึกษา
โรงเรียนมัธยมศึกษา
         ค่าเล่าเรียนอยู่ระหว่าง 9,000 – 17,000 เหรียญนิวซีแลนด์ ต่อปี
วิทยาลัยโพลีเทคนิค
         ค่าเล่าเรียนอยู่ระหว่าง 11,000 – 16,000 เหรียญนิวซีแลนด์ ต่อปี
                มหาวิทยาลัย
                   * ปริญญาตรี
                   * ปริญญาโท / เอก
         แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา
         ค่าเล่าเรียนอยู่ระหว่าง 15,000 – 20,000 เหรียญนิวซีแลนด์ ต่อปี
         ค่าเล่าเรียนอยู่ระหว่าง 20,000 – 20,000 + เหรียญนิวซีแลนด์ ต่อปี
     สถาบันสอนภาษาอังกฤษ


         ค่าเรียนประมาณเดือนละ 1,280 – 1,440 เหรียญนิวซีแลนด์

 
   

    3. ประเทศอังกฤษ (United Kingdom)

      ข้อมูลทั่วไป
 สหราชอาณาจักร ดินแดนที่มีภูมิประเทศที่สวยงาม เป็นประเทศที่มีความเจริญทางด้านวัฒนธรรม การอุตสาหรรม การศึกษา ศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรมเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ คำเรียกประเทศอังกฤษนั้นเรามักจะพบเห็นในความหมายที่เรียกแตกต่างกันดังนี้ คือ
      1. คำว่า สหราชอาณาจักร (united Kingdom) หมายถึง เกาะใหญ่ (Great Britain) และแคว้น ไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland)
      2. คำว่า เกรทบริเทน (Great Britain) หมายถึงเกาะใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งรวมอาณาเขตอังกฤษ (England0 เวลส์ (Wales) และ สก๊อตแลนด์ ( Scotland)
 
 
      สภาพภูมิอากาศ
      สภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักรอังกฤษ จัดอยู่ในประเภทค่อนข้างหนาวมีความชื้นสูง เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ มีกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่านทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง ทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และจะมีฝนตกทางภาคตะวันตกมากกว่าทางภาคตะวันออก เดือนที่ฝนตกน้อยคือ ช่วงเดือนภุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในเดือน กรกฎาคม 18 องศาเซลเซียส


 ฤดูกาล ฤดูกาลมีทั้งหมด 4 ฤดูคือ

ฤดูใบไม้ผลิ (Spring)
เดือนมีนาคม-พฤษภาคม อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก บางวันอากาศอบอุ่น มีแสงแดดจัดในตอนเช้าและเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเป็นหนาวเย็นหรือฝนตกในช่วงบ่าย
ฤดูร้อน (Summer)
เืดือนมิถุนายน – สิงหาคม อากาศ ส่วนใหญ่จะอบอุ่นและแสงแดดจัดจ้า
ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn)
เดือนกันยายน-พฤศจิกายน อากาศจะเย็นขึ้นเรื่อย ๆ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงาม และร่วงหล่น
ฤดูหนาว (Winter)
เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศช่วงนี้จะหนาวมากที่สุด มีหิมะตกในบางพื้นที่ กลางคืนจะยาวกว่ากลางวันและมืดเร็วกว่าปกติ
 
   
      เมืองที่น่ารู้จัก
      ลอนดอน (London) เป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมและประเพณีในรูปแบบที่เคร่งครัดและมีแบบแผน แหล่งศูนย์รวมของการช้อปปิ้งชั้นนำ
 
      คมบริดจ์ (Cambridge) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และการศึกษาแรกเริ่ม
      อ๊อกซ์ฟอร์ด (Oxford) เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน เป็นเมืองเกี่ยวข้องกับ ศาสนา ตั้งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นเมืองที่แวดล้อมด้วยทุ่งกว้างใหญ่ ทิวเขา และมีแม่น้ำเทมส์ไหลผ่าน
      แคนเทอร์เบอร์รี่ (Canterbury) เป็นเมืองที่สวยงาม มีโบสถ์ที่มีความสำคัญและเก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ 
      บริสตอล (Bristol) เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ อยู่ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางทิศตะวันตกประมาณ 190 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกของประเทศอังกฤษ มีสะพานแขวนที่สวยงามชื่อ บรูเนล 
       เบอร์มิงแฮม (Birmingham) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องดื่ม และ อาหาร เช่น ช็อคโกแลตยี่ห้อ Cadbury อีกทั้งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม และ มหาวิทยาลัย แอสทัน
      แมนเชสเตอร์ (Manchester) เป็นเมืองอุตสาหกรรมใหญ่ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางดนตรี นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของทีมฟุตบอลคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
      ปีการศึกษา
      ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในประเทศอังกฤษ
เริ่มต้นภาคแรกในราวปลายเดือนกันยายน หรือ ต้นเดือนตุลาคม
ของปีหนึ่ง และสิ้นสุดราวปลายเดือนมิถุนายนหรือ ต้นเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ
ภาคต้น Autumn Term ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ถึงกลางเดือนธันวาคม
ภาคกลาง Spring Term ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ถึงปลายเดือนมีนาคม
ภาคปลาย Summer Term ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนกรกฎาคม
      สำหรับการรับนักศึกษาใหม่ของสถาบันการศึกษา ส่วนใหญ่จะรับเฉพาะในภาคต้น (Autumn Term)
      สำหรับหลักสูตรที่เน้นด้านสังคมศาสตร์ ทางสถาบันจะเปิดรับนักศึกษาระหว่างภาค
 

    4. ประเทศสหรัฐอเมริกา(United States)

 
      ข้อมูลทั่วไป
      ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล มีพื้นที่ถึง 9.9 ล้านตารางกิโลเมตร (เทียบเท่ากับ 18 เท่าของพื้นที่ประเทศไทย) ส่วนกว้างของประเทศจากฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันตกไปจนจรดมหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันออก มีความกว้างถึง 4,500 กิโลเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาบินประมาณ 5 ชั่วโมง ทิศเหนือมีอาณาเขตติดกับประเทศแคนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก

      ภูมิอากาศ
      ลักษณะอากาศของแต่ละเขตแตกต่างกันไปเช่น ในฤดูร้อน อากาศด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณทะเลทรายอุณหภูมิเกือบเท่าแถบเส้นศูนย์สูตร ส่วนฤดูหนาวในเขตทางตอนเหนือก็จะหนาวจัดจนหิมะตกหลายเดือน แถบที่อากาศอบอุ่นสบายไม่มีหิมะคือ ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา และ อริโซน่า ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงใบไม้จะเปลี่ยนสีสัน สวยงามมาก ฤดูกาลมีทั้งหมด 4 ฤดูคือ


                          ฤดูร้อน (Summer)         มิถุนายน-สิงหาคม
                          ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn)    กันยายน-พฤศจิกายน
                          ฤดูหนาว (Winter)          ธันวาคม-กุมภาพันธ์
                          ฤดูใบไม้ผลิ (Spring)       มีนาคม-พฤษภาคม
      หมายเหตุ : ในฤดูใบไม้ร่วงจะมีการหมุนเข็มนาฬิกาให้เวลาเดินหน้าเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม และในฤดูใบไม้ผลิ จะหมุนเข้มนาฬิกาให้เวลาถอยหลัง 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน
      เวลา
      ด้วยประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างมาก จึงมีการแบ่งความแตกต่างของเวลาตามเส้นแบ่งของโลกเป็น 4 เขต เวลา (Time Zone) คือ
 
                                         Eastern Time Zone (EST)      จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 12 ชั่วโมง
                                         Central Time Zone (CST)       จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 13 ชั่วโมง
                                         Mountain Time Zone (MST)   จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 14 ชั่วโมง
                                         Pacific Time Zone (PST)         จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 15 ชั่วโมง

      ในแต่ละ Time Zone จะมีเวลาแตกต่างกัน 1 ชั่วโมง ตัวอย่างเช่น เวลาใน Eastern Zone เป็นเวลาบ่าย 4 โมงเย็นเวลาในเขต Central โซนจะเป็นเวลาบ่าย 3 โมงเย็น ในเขต Mountain Zone เป็นเวลาบ่าย 2 โมง และเวลาในเขต Pacific Zone จะเป็นเวลาบ่ายโมงตรง
 
      ระบบการศึกษา

ตารางเปรียบเทียบระบบการศึกษาสหรัฐอเมริกา – ไทย
  
มัธยมศึกษา นักเรียนจากประเทศไทยสามารถศึกษาต่อในระดับมัธยมในโรงเรียนของเอกชนเท่านั้นไม่สามารถเข้าเรียนในสถาบันของรัฐบาลได้ เงื่อนไขอื่น ๆ เช่น เกรดเฉลี่ย และคะแนน TOEFL แตกต่างกันออกไปตามสถาบัน
วิทยาลัย วิทยาลัยส่วนใหญ่ต้องการสักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ย 2.0 ขึ้นไป และคะแนน TOEFL 480-500 ขึ้นไป
วิทยาลัยมหาวิทยาลัย สำหรับปริญญาตรี สถาบันส่วนใหญ่ต้องการนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป และ TOEFL 500 ขึ้นไป
มหาวิทยาลัย สำหรับปริญญาโทและเอก เกรดเฉลี่ย 3.0 ขึ้นไป และคะแนน TOEFL ไม่ต่ำกว่า 550 นักศึกษาที่จะสมัครในโปรแกรม MBA ส่วนใหญ่จะต้องใช้คะแนน GMAT ซึ่งจะนำมาคำนวณกับเกรดเฉลี่ยปริญญาตรี ส่วนนักศึกษาที่สมัครปริญญาโท และ เอก ในสาขาอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะต้องสอบ GRE (Graduate Record Examination)
 
  
ปีการศึกษา
      จะเริ่มประมาณเดือนกันยายนถึงพฤษภาคม ซึ่งมีกำหนดภาคเรียนต่างกันออกไปดังนี้
      ระบบ Semester เป็นระบบที่นิยมใช้มากที่สุด ในระยะเวลาหนึ่งปีจะประกอบด้วย 2 Semesters และ 1-2 Summer Sessions แต่ละ Semester ยาวประมาณ 16 สัปดาห์ ดังนี้
      * Fall Semester       ประมาณปลายสิงหาคม-กลางธันวาคม
      * Spring Semester  ประมาณต้นมกราคม-เมษายน (บางครั้ง Summer Session จะแบ่งครึ่งเป็น 2 ช่วงสั้น ๆ )
      * Summer Session  ประมาณกลางพฤษภาคม – สิงหาคม
  

  ระบบ Quarter ในหนึ่งปีแบ่งออกเป็น 4 Quarter แต่ละ Quarter ใช้เวลาเรียนประมาณ 10 สัปดาห์ ดังนี้
        - Fall Quarter        ประมาณกลางกันยายน – ธันวาคม
        - Winter Quarter  ประมาณมกราคม – กลางมีนาคม
        - Spring Quarter   ประมาณต้นเมษายน – กลางมิถุนายน


      ระบบ Trimester ใน 1 ปี แบ่งภาคการศึกษาดังนี้
      - First Trimester         ประมาณกันยายน – ธันวาคม
      - Second Trimester    ประมาณมกราคม – เมษายน
      - Third Trimester        ประมาณ พฤษภาคม – สิงหาคม

      ระบบ 4-1-4   เป็นระบบใหม่ที่ใช้ในสถานศึกษาราว 8% ในสหรัฐอเมริกาแบ่งปีการศึกษาออกเป็น 2 ภาคใหญ่ คั่นด้วยภาคเรียนสั้นๆ ที่ เรียกว่า Interim เพื่อให้นักศึกษาไปทำการค้นคว้าด้วยตนเองหรือออก Field Trip แบ่งภาคเรียน ดังนี้
      * Fall Semester ประมาณปลายสิงหาคม - ธันวาคม
      * Interim ประมาณเดือนมกราคม (1 เดือน)
      * Spring Semester ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม



   5.ประเทศแคนาดา(CANADA)

 
 
      ข้อมูลทั่วไป
       แคนาดาเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา มีมหาสมุทรล้อมรอบ 3 ด้านมีเนื้อที่กว้างใหญ่ถึง 9,970,610 ตารางกิโลเมตร ส่วนกว้างมีความยาวกว่า 8,000 กิโลเมตร หากเดินทางโดยทางรถยนต์จากฝั่งตะวันตกไปฝั่งตะวันออก โดยเริ่มจากเมืองแวนคูเวอร์ ไปจนถึงเมืองโตรอนโตต้องใช้เวลาเดินทางถึง 3 วัน ปัจจุบันแคนาดาประกอบด้วย 11 มณฑลและเขตปกครอง 2 เขต (Territories) อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลกลาง เมืองหลวงชื่อ “ออตตาวา” มณฑล “ออนตาริโอ” เครื่องหมายประจำชาติของประเทศเป็นรูปใบเมเปิล เป็นใบไม้ที่มีสีสันสวยงาม และมีรอยหยักเป็น
5 แฉก สีของใบเมเปิลในฤดูใบไม้ร่วง จะมีสีเหลืองปนแดง

      สภาพภูมิอากาศและฤดูกาล
      โดยทั่วไปแล้วแคนาดามี 4 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ในช่วงระหว่างฤดูหนาวบางพื้นที่ของประเทศอุณหภูมิบางครั้งอาจติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส จนน้ำแข็งจับตัวเป็นน้ำแข็งถาวร แต่ความหนาวในลักษณะนี้จะเกิดในระยะสั้น ๆ ในช่วงกลางวันของฤดูร้อนอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส หรือร้อนกว่านั้น สำหรับอุณหภูมิในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ละฤดูในแคนาดา จะมีความสวยงามของธรรมชาติแตกต่างกันไป
      ระบบการศึกษา
       เนื่องจากแคนาดาเป็นประเทศที่มั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์มีประชากรน้อย รัฐบาลจึงมีเงินสนับสนุนทางด้านการศึกษาค่อนข้างมาก รัฐบาลแคนาดาให้เงินอุดหนุนการศึกษาต่อประชากรสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมตะวันตก มาตรฐานการศึกษาประถมศึกษาไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย
      ระดับประุถมศึกษา
      ระบบกาีรศึกษาเริ่มจากชั้นอนุบาลเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ แต่ชั้นประถมศึกษาในแต่ละมณฑ์จะมีความแตกต่างกัน ดังนี้
                  1. กลุ่มที่มีชั้นประถม1-8 คือ มณฑลออนตาริโอ และมณฑลมานิตบา
                  2. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-7 คือ มณฑลบริติชโคลัมเบีย และเขตยูคอน
                  3. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-6 คือ มณฑลนอกจากที่กล่าวมานี้
      ระดับมัธยมศึกษา
      จำนวนปีการศึกษาระดับมัธยมจะแตกต่างกันไปในแต่ละมณฑล แต่เมื่อรวมการเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาแล้วจะรวมใช้เวลาเรียน 12 ปี ข้อยกเว้นคือ มณฑลควิเบคและมณฑลออนตาริโอ จะจัดระบบชั้นมัธยม เลยไปอีก 1 ปี รวมเวลาเรียน 13 ปี คล้ายกับว่ามีมัธยม 7 แต่นักเรียนที่เรียนจบชั้นมัธยม 7 จะเรียนอีก 3 ปี ก็ได้รับปริญญาตรี ในขณะที่มณฑลและเขตการปกครองอื่น ๆ หลักสูตรปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน 4 ปี
      ในมณฑลคิวเบค ยังมีระบบการศึกษาซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างมัธยมและมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นระบบคล้ายของฝรั่งเศส ที่เรียกว่า ซีเจ็ฟ(Cegep) การศึกษาในระดับนี้จะรับผู้จบมัธยมศึกษาปีที่ 5 เข้าเรียนวิชาชีพเป็นเวลา 2 ปี โรงเรียนมัธยมของแคนาดามีทั้งของรัฐบาล และของเอกชนถ้าเป็นของเอกชน ต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของแต่ละมณฑล
      โรงเรียนรัฐส่วนใหญ่เป็นแบบสหศึกษา ส่วนของเอกชนนั้นมีทั้งแบบหญิงล้วน ชายล้วน หรือสหศึกาา บางโรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำ
      ระดับมหาวิทยาลัย
      มหาวิทยาลัยในแคนาดามีทั้งขนาดเล็ก มี่นักศึกษาไม่ถึง 1,000 คน ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีนักศึกษากว่า 35,000 คน การเข้าศึกษาถูกกำหนดโดยมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานของตนเอง เนื่องจากแคนาดามีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส ผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกสอบได้ทั้งสถาบันที่ใช้ภาษาอังกฤษ และสถาบันที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส บางมหาวิทยาลัยสอนทั้ง 2 ภาษา แต่นักศึกษารู้ภาษาเดียวก็เพียงพอ สำหรับความสามารถในการใช้ภาษาของนักศึกษาต่างชาตินั้น มหาวิทยาลัยทั่ว ๆ (ยกเว้นที่สอนเป็นภาษาฝรั่งเศส) ใช้คะแนน TOEFL หรือ IELTS โดยต้องได้คะแนน TOEFL อย่างต่ำ 550 มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่กำหนดคะแนนไว้ที่ 600 ขึ้นอยู่กับวิชาที่จะเรียน ระยะเวลาการศึกษาในมหาวิทยาลัยในระดับปริญญาตรีของแต่ละมณฑ์นั้นแตกต่างไปจาก 3-5 ปี บางมหาวิทยาลัยจะมีปริญญาตรี 2 แบบ คือ แบบทั่วไป (Ordinary Degree) ซึ่งอาจเรียนจบภายใน 3 ปี แบบเกียรตินิยม (Honours Degree) ซึ่งมีวิชาให้เรียนเพิ่มอีก 1 ปี เหมาะสำหรับผู้จะเรียนต่อปริญญาโท ในบางแขนงวิชามีการฝึกงานด้วย หลักสูตรจะเป็น 5 ปี ซึ่งรวมระยะเวลาเรียนและฝึกงาน หลักสูตรฝึกงานได้แก่ หลักสูตรบัญชี สถาปัตยกรรม และวิศวกรรมศาสตร์
      สำหรับปริญญาโทใช้เวลาเรียน 1-2 ปี นักศึกษาสามารถเลือกเรียนแบบ Course Work ฟังการบรรยายและเขียนรายงานหรือเลือกทำ Project หรือเลือกเขียนวิทยานิพนธ์และสอบประมวลความรู้ (comprehensive Examination)
      สำหรับปริญญาเอกใช้เวลาเรียน 3-5 ปี โดยเป็น Course Work ประมาณ 2 ปี ที่เหลือเป็นการค้นคว้างานวิจัยการเสนอรายงานเชิงวิชาการ และเขียนวิทยานิพนธ์
      การศึกษากึ่งวิชาชีพ (community college หรือ Career College)
      เป็นการศึกษาที่ใช้เวลาเรียน 1-3 ปี มุ่งเน้นผลิตนักศึกษาเพื่อออกสู่ตลาดแรงางานให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ วิชาที่เปิดสอนจึงมีการปรับหลักสูตรตลอดเวลาให้สอดคล้องตามนโยบายเศรษฐกิจของชาติและกระแสตลาดแรงงาน
      การศึกษาภาคทฤษฎีเชิงปฏิบัติ (Co-op Education)
      คือกาีรศึกษาที่สถาบันการศึกษาร่วมมือกับภาคธุรกิจเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง โดยจะได้รับค่าจ้าง โดยทั่วไปนักศึกษาจะฝึกงานประมาณ 2 ภาคเรียนก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา
      การโอนหน่วยกิต
      แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีระเบียบการเทียบโอนหน่วยกิตแตกต่างกันไป นักศึกษาต้องตรวจสอบไปยังมหาวิทยาลัยที่ต้องการเทียบโอนหน่วยกิต ก่อนตัดสินใจย้ายสถานศึกษา
 
      โรงเรียนสอนภาษา
      มีโรงเรียนสอนภาษาสำหรับชาวต่างชาติที่เรียกว่า English as a Second Language(ESL) และสอนภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สอง French as a Second Language (FSL) หลายแห่ง กระจายตามเมืองใหญ่ ๆ ทั่วแคนาดา ทั้งนี้เพราะผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในแคนาดาจำเป็นต้องปรับระดับทักษะภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชุมชนเกือกทุกแห่งมีแผนกภาษาอังกฤษเปิดสอนหลักสูตร ESL สำหรับนักเรียนต่างชาติ แต่จะมีข้อกำหนดวันเริ่มเรียน เป็นข้อ ๆ และคุณสมบัติของผู้เรียนระบุไว้ ส่วนรงเรียนสอนภาษาเอกชนนั้น นักศึกษาสามารถเข้าเรียนได้ตลอดปี และมีหลักสูตรให้เลือกมากกว่า

              การเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท
           นักศึกษาควรสมัครเข้าเรียนหลักสูตร University Transfer Program ในวิทยาลัยก่อน ใช้เวลาเรียน 2 ปี ทำคะแนนให้ดีแล้วโอนหน่วยกิตเข้ามหาวิทยาลัย หลักเรียนต่ออีก 2 ปี จะได้รับปริญญาซึ่งง่ายกว่าการสมัครตรงเข้ามหาวิทยาลัยซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการสมัครยากกว่า สำหรับปริญญาโทนักศึกษาที่มีคะแนนภาษาอังกฤษและผลการเรียนดี สามารถสมัครเรียนโดยตรง ในกรณีที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่ท่างมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ นักศึกษาสามารถเข้าเรียนภาษาในมหาวิทยาลัยที่ต้องการเรียนก่อน ทำคะแนน TOEFL ให้ได้ 550 – 600 และพยายามหาโอกาสทำความรู้จักกับอาจารย์ด้วยอาจจะช่วยให้การสมัครเข้าศึกษาง่ายขึ้น
              การศึกษาในแคนาดาส่วนใหญ่ แบ่งเป็น 2 ภาคเรียนคือ
           ภาคเรียนที่ 1 (Fall Semester ) เดือนกันยายน – เดือนธันวาคม
           ภาคเรียนที่ 2 (Winter Semester) เดือนมกราคม – เดือนเมษายนช่วงหยุดภาคฤดูร้อน (Spring and Summer) เดือนพฤษภาคม – เดือนสิงหาคม สถาบันบางแห่งเปิดสอนหลักสูตรภาคฤดูร้อนด้วย ข้อมูลต่างๆ มีให้ดูและศึกษาใน website ค่ะ
   

   6. Singapore(สิงคโปร์)

 
       สิงคโปร์ตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรเพียง 1 องศา สิงคโปร์เป็นเมืองใหญ่ที่ทันสมัย และมีวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันระหว่างเอเชียและยุโรป สิงคโปร์เ็ป็นเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเช่น สวนสัตว์ เกาะเซนโตซ่า และมีแหล่งชอปปิ้งที่น่าตื่นตาตื่นใจโดยเฉพาะย่านถนนออร์ชาร์ด สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้สิงคโปร์เป็นเมืองในฝันของทุกคน สิงคโปร์เป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย ด้วยสภาพอากาศอบอุ่น อาหารที่ยอดเยี่ยมแหล่งชอปปิ้งที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้สิงคโปร์เป็นสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นสถานที่ที่น่าประทับใจ รีบมาสัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่แล้วท่านจะมีไม่มีวันลืมสิงคโปร์อย่างแน่นอน

        ข้อดีของการไปศึกษาต่อที่สิงคโปร์
 
* สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาที่ดีเลิศและเป็นเสมือนโรงเรียนของโลกยุคดิจิตอล
* มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี สามารถเดินทางติดต่อกับประเทศต่าง ๆ ได้ทั่วดลกอย่างสะดวกสบาย
* มีโปรแกรมและหลักสูตรการศึกษาที่ดี โรงเรียนระดับประถมและมัธยมของอเมริกายังใช้หนังสือเรียนของสิงคโปร์
* ค่าเล่าเรียนถูก เนื่องจากรัฐบาลให้เงินสนับสนุนด้านค่าเล่าเรียนแก่นักเรียนต่างชาติที่ศึกษาอยู่ในประเทศสิงคโปร์
* สภาพอากาศในประเทศสิงคโปร์คล้ายคลึงกับประเทศไทย ดังนั้นการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศของประเทศสิงคโปร์จึงไม่มีปัญหา

 
 

Home :: Profile :: Study :: สถาบันต่าง :: Ticket :: Translation :: Toefl + Gre & Gmat :: Contact ::
© 2003-2006 WTC Center Co., Ltd. Thailand All rights reserved.